ยินดีต้อนรับสู่เมืองเบ็ตสึไค!

ขอแนะนำเมืองเบทซึไก ซึ่งอยู่ส่วนปลายด้านตะวันออกของฮอคไกโด

เมืองของเรา พื้นที่ของเมืองประมาณกว่าครึ่งเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ และมีความรุ่งเรืองด้านการทำฟาร์มโคนม/ ทำการผลิตนมวัว และชีส และไอสครีมที่มีคุณภาพดี

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ติดต่อกับทะเล Okhotsk และเจริญรุ่งเรืองในการทำประมง/ ปลาแซลมอน กุ้ง หอยแครง เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะท้องถิ่น/ ในส่วนด้านหน้าสามารถมองเห็นอาณาเขตทางเหนือของเกาะคุนาชิริโท ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความครบครองของประเทศรัสเซีย

ไม่มีภูเขาใหญ่ และเป็นเมืองที่กว้างขวางมาก ทัศนียภาพที่กว้างใหญ่สมกับเป็นฮอคไกโด กับอาหารที่เอร็ดอร่อย และอองเซงซึ่งเป็นความภูมิใจของเรา

ภูมิประเทศ

คาบสมุทรโนะสึเกะ

notukehanto (1)

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความนิยมมากที่สุดของเมืองเบทซึไกคือ เกาะโนะมุระฮังโต/ ซึ่งเกาะโนะมุระฮังโตนี้ เกิดขึ้นจากหินทรายที่ทับถมขึ้นจากกระแสน้ำทะเลที่ไหลมาจากชิเรโทโคะ มีความยาว 26 กิโลเมตร เป็นเนินหินทรายที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น/ มีรูปร่างที่แปลก คล้ายกับกุ้ง

ในส่วนข้อต่อนั้นแคบมาก ถนนที่ได้ทำการปรับพื้นผิวทั้งสองด้านจะสามารถเห็นทะเลได้/ ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเหมือนกับสะพานบนทะเล แต่เป็นรูปร่างที่เกิดตามธรรมชาติ/ นอกจากนี้ เกาะนี้มีความแบนมาก โดยมีลักษณะเฉพาะคือเป็นทิวทัศน์ที่มองเห็นได้ 360 องศาแบบพาโนรามา

โทะโดะวาระ

_Q6A0084

จากช่วงต่อของเกาะโนะมุระฮังโต ประมาณ 15 กม. จะมี เนเจอร์เซ็นเตอร์/ มีไกด์นำเที่ยวที่มีความรู้ละเอียดเกี่ยวกับธรรมชาติและนกป่า/ เมื่อเดินจากทางเดินจากเนเจอร์เซ็นเตอร์ไปประมาณ 1 กม. ก็จะถึง 「โทะโดะวาระ」 ซึ่งมีทัศนียภาพอันน่าอัศจรรย์

「โทะโดะวาระ」 เป็นสถานที่ที่ถูกน้ำทะเลกัดกร่อนซึ่งเป็นการทรุดตัวของแผ่นดินของเกาะ โทโดะมะทซึ ซึ่งเกิดขึ้นมากในฮอคไกโด/ สมัยก่อนเคยเป็นป่า แต่ปัจจุบันนี้เหลือเป็นทิวทัศน์ที่มีลำต้นและรากสีขาวที่เป็นราวกับวัตถุโบราณ/ และได้รับการกล่าวว่าอีก 120 ปีหลังนี้ จะจมอยู่ใต้ทะเล

IMG_0250

สถานที่ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานธรรมชาติแห่งนี้ได้รับความนิยมในหมู่ช่างภาพเป็นอย่างมาก และเนื่องจากไม่มีคนอาศัยอยู่ จึงสามารถชมท้องฟ้าอันเต็มไปด้วยหมู่ดาวได้อย่างสวยงาม

นาราวาระ

英7

ณ ใจกลางคาบสมุทรโนะสึเกะ เป็นที่ตั้งของ “นาราวาระ” สถานที่ที่มีชื่อเสียงซึ่งมีไม้ไร้ใบยืนต้นเรียงราย และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าอย่างกวางเอโซะและนกป่าเป็นจำนวนมาก

ฤดูกาลทั้งสี่

英6

จากฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน จะมีสวนดอกไม้ธรรมชาติ/ ฮอนชูของประเทศญี่ปุ่นนี้ จะมีดอกไม้ซึ่งมีความลึกลับคือ 「คุโระยูริ」 ซึ่งสามารถดูได้เฉพาะในทะคะยามะเท่านั้น ซึ่งจะบานเร็วมากบนทางเดิน/ ดอกไม้หนึ่งชนิดที่จะบานหนึ่งครั้งได้เต็มทุ่งหญ้านั้น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งจะมีสีส้ม สีม่วง สีเหลือง สีชมพู ซึ่งจะเปลี่ยนสีราวกับพรม ถือว่าสวยงามมาก

เดือนตุลาคมก็เป็นอีกช่วงหนึ่งที่น่ามาเยือน ในช่วงนี้อากาศจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว โดยบางคืนอุณหภูมิอาจลดต่ำลงถึง 0 องศาเซลเซียส และเนื่องจากมีอุณหภูมิแตกต่างกับท้องทะเลเป็นอย่างมาก จึงสามารถรับชมปรากฏการณ์ภาพลวงตาที่ทำให้ดูเหมือนพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นมามีรูปร่างแปลกไป

ในฤดูหนาว ทั่วพื้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นโลกแห่งหิมะและน้ำแข็ง ที่แห่งนี้ในฤดูหนาวจะมีวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสอยู่หลายวัน จึงสามารถรับชมทัศนียภาพท้องฟ้าสีครามกับแผ่นดินสีขาวที่ตัดกันได้อย่างงดงาม

เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาวอย่างแท้จริง โดยจะมีธารน้ำแข็งลอยมาจากแม่น้ำอามูร์ในประเทศรัสเซีย ทำให้ทะเลบริเวณมอนเบ็ตสึและอุโทโรปกคลุมไปด้วยธารน้ำแข็ง การล่องเรือตัดน้ำแข็งและการเดินบนธารน้ำแข็งจึงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับธารน้ำแข็งในบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรชิโรโตโกะนั้นจะมีขนาดเล็ก จึงสามารถชมทัศนียภาพของธารน้ำแข็งที่ไหลมาปะทะกันจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตาได้


สัตว์ป่า

ท่านสามารถชมสัตว์ป่าหลากชนิดที่อาศัยอยู่ในฮอกไกโดได้ที่เมืองเบ็ตสึไคแห่งนี้

_D7Z9934-1

ในบรรดานกป่าประมาณ 630 สายพันธุ์ที่พบเห็นได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น กว่า 235 สายพันธุ์ได้รับการยืนยันว่าสามารถพบเห็นได้ที่คาบสมุทรโนะสึเกะ “แดนสวรรค์แห่งนกป่า” แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนกประจำถิ่นอย่างนกอินทรีหางขาวซึ่งสามารถพบเห็นได้ตลอดปี นอกจากนี้ยังมีนกประจำฤดูกาล เช่น นกอินทรีทะเลชเตลเลอร์ในฤดูหนาว นกกระเรียนมงกุฎแดงที่คอยดูแลลูกน้อยในฤดูร้อน รวมถึงนกอีก๋อย นกต้อยตีวิด และนกพันธุ์อื่นๆ โดยเฉพาะนกอินทรีทะเลชเตลเลอร์นั้นมักจะเกาะอยู่ตามเสาไฟฟ้า จึงสามารถมองเห็นได้ในระยะใกล้

英4

เมืองเบ็ตสึไคอันเปี่ยมด้วยสภาพแวดล้อมตามธรรมชาตินั้นเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิดที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ ไม่ว่าจะเป็นกวางเอโซะหรือจิ้งจอกแดงเป็นต้น โดยเฉพาะในแถบคาบสมุทรโนะสึเกะและบริเวณทะเลสาบฟูเร็นนั้นสามารถพบเห็นกวางเอโซะได้เป็นฝูง สำหรับกวางเอโซะนั้นมีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่กว่ากวางญี่ปุ่นบนเกาะญี่ปุ่น จึงเป็นกวางที่แข็งแรงและทรงพลัง


อาหาร

ผลิตภัณฑ์นม

ジョッキ牛乳

เมืองเบ็ตสึไคเป็นแหล่งผลิตนมสดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จึงมีผลิตภัณฑ์นมเลิศรสเป็นสินค้าแนะนำ สามารถลิ้มรสนมสด ไอศกรีม ชีสและโยเกิร์ตที่ทำจากนมของวัวที่ดื่มน้ำบาดาลจากทะเลสาบมาชูอันเร้นลับและเลี้ยงอย่างเป็นอิสระได้

หอยสแกลลอบ

4-1

หอยแครง ในเดือน ธันวาคม – พฤษภาคม/ หอยแครงที่จับได้ในฝั่งรอบนอกของเกาะโนะมุระฮังโต มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือผู้ใหญ่!

อาหารขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น “เบอร์เกอร์หอยเชลล์จัมโบ้”

英9

เบอร์เกอร์ต้นตำรับที่นำหอยเชลล์ขนาดใหญ่อันเป็นของขึ้นชื่อประจำเมืองเบ็ตสึไคมาห่อปอเปี๊ยะประกบด้วยขนมปังนม สนุกยิ่งขึ้นด้วยการนำวัตถุดิบมาประกอบด้วยตนเอง จำหน่ายเป็นชุดพร้อมนมขนาด 500 มิลลิลิตร สมกับเป็นเมืองแห่งฟาร์มโคนม

กุ้งชิมะเอบิ

5-1

มีลักษณะพิเศษตรงลำตัวที่เป็นลายทาง กุ้งรสชาติโอชะที่จับตามกรรมวิธีแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะบนเรือใบสีขาวที่อาศัยแรงลมในการเดินหน้านี้จะนำมารับประทานโดยต้มน้ำเกลือหรือชุบแป้งทอด โดยจะมีการจับกุ้งชนิดนี้ปีละ 2 ครั้ง คือระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม และระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

อาหารญี่ปุ่นประจำท้องถิ่น “ข้าวหน้าปลาแซลมอนราดน้ำชาขนาดจัมโบ้”

英11

“ข้าวราดน้ำชา” แบบออริจินัลโปะหน้าด้วย “นิชิเบ็ตสึซาเกะ” ปลาแซลมอนเลื่องชื่อที่เคยนำขึ้นถวายโชกุนโทกุกาวะในสมัยเอโดะ นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ สามารถรับประทานเป็นอาหารเช้าได้ในเรียวกัง 4 แห่งในเมืองเบ็ตสึไค โดยจะมีรสชาติแตกต่างกันไปตามแต่ละแห่ง ทั้งรสสาหร่ายคอมบุ รสหอยเชลล์ และรสซาเกะบุชิ (ปลาแซลมอนตากแห้งฝานเป็นแผ่น) เป็นต้น


กิจกรรม

เรือท่องเที่ยว

英2

เรือท่องเที่ยวรอบอ่าวโนะสึเกะที่โอบล้อมด้วยคาบสมุทรโนะสึเกะ คาบสมุทรทรายที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ให้บริการตั้งแต่ช่วงโกลเด้นวีคในเดือนพฤษภาคมจนถึงปลายเดือนตุลาคม เนื่องจากน้ำในบริเวณนี้เป็นน้ำตื้นและไม่มีศัตรูจากภายนอก จึงเป็นแหล่งอาศัยของแมวน้ำจำนวนมาก ซึ่งสามารถชมได้จากบนเรือ โดยมีโอกาสพบเห็นได้เกือบ 100%

เดินย่ำหิมะ (อ่าวโนะสึเกะ ช่วงฤดูหนาว)

_D7Z0670-1

อ่าวโนะสึเกะซึ่งเป็นอ่าวตอนในของคาบสมุทรโนะสึเกะนั้น ในฤดูหนาวจะมีน้ำแข็งปกคลุมไปทั่ว และสามารถเดินบนผิวน้ำได้ ทัศนียภาพทุ่งน้ำแข็งที่ปรากฏให้เห็นเฉพาะช่วงตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนมีนาคมนั้นช่างดูงดงามราวภาพฝัน

เดินบนทุ่งหิมะโดยไม่ทิ้งรอยเท้า

ภาพทริกอาร์ตแห่งฤดูหนาว

_D7Z0845-1

เนื่องจากบนน้ำแข็งของอ่าวโนะสึเกะไม่มีสิ่งใดเข้ามาขัดจังหวะการถ่ายภาพ จึงสามารถถ่ายภาพได้ตามต้องการ จะใช้ความรู้สึกใกล้ไกลถ่ายเป็นภาพทริกอาร์ตก็ยังได้

*การเดินบนน้ำแข็งต้องมีไกด์อยู่ด้วยเสมอเพื่อความปลอดภัย

ธารน้ำแข็ง

中6

ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม จะมีธารน้ำแข็งลอยมาติดบริเวณชายหาด บางครั้งก็มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาถึงบนชายหาด ซึ่งสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งของจริงและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกบริเวณหน้าศูนย์ธรรมชาติได้ตามใจชอบ (บางปีอาจไม่มีธารน้ำแข็งลอยมาติดชายหาด)

ถ่ายภาพกับธารน้ำแข็งเป็นที่ระลึกบริเวณชายหาดหน้าศูนย์ธรรมชาติ!

ภาพพรีเวดดิ้ง

DSC_5026

ท่านสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของเมืองเบ็ตสึไคพร้อมกับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งได้

เก็บความทรงจำของท่านกับคนสำคัญให้ประทับใจไม่รู้ลืม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาสอบถามบริษัทแห่งนี้
M&Mcompany
http://www.loca-photo-wedding.jp/


ที่พักและการเดินทาง

ที่พัก


ที่พักภายในเมืองเบ็ตสึไคนั้นเป็นที่พักขนาดเล็กที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หลายแห่งมีออนเซ็นในตัว พร้อมอาหารเย็นสุดหรูแบบญี่ปุ่นที่ประกอบด้วยอาหารทะเลเป็นหลักซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับที่พักในเขตโอะไดโตนั้นจะสะดวกสำหรับการท่องเที่ยวในแถบคาบสมุทรโนะสึเกะเป็นพิเศษ
ดูรายละเอียดได้ที่นี่ (ภาษาญี่ปุ่น)

การเดินทาง

เครื่องบินเป็นรูปแบบการเดินทางมายังเมืองเบ็ตสึไคที่สะดวกที่สุด

เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะมีไม่มากนัก การเดินทางท่องเที่ยวในแถบนี้จึงเป็นการเข้าร่วมทัวร์เป็นหมู่คณะหรือการเช่ารถขับเป็นหลัก

สนามบินที่ใกล้ที่สุด=สนามบินเนมุโระนาคาชิเบ็ตสึ
  • เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 30 นาที
  • เที่ยวบินระหว่างสนามบินเนมุโระนาคาชิเบ็ตสึ-สนามบินฮาเนดะ (โตเกียว) วันละ 1 เที่ยว
  • เที่ยวบินระหว่างสนามบินเนมุโระนาคาชิเบ็ตสึ-สนามบินชินชิโตเสะ (ซัปโปโร) วันละ 3 เที่ยว (เที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ-สนามบินชินชิโตเสะ วันละ 1 เที่ยว)
สนามบินใกล้เคียง=สนามบินคุชิโระและสนามบินเมะมันเบ็ตสึ
  • ประมาณ 120 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง

ระยะทางจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ
  • มรดกโลก ชิเรโตโกะ-อุโทโร 90 กิโลเมตร (1 ชั่วโมง 30 นาที)
  • ทะเลสาบอะกัง แหล่งชมมาริโมะขึ้นชื่อ 100 กิโลเมตร (1 ชั่วโมง 45 นาที)
  • คาวายุออนเซ็น 90 กิโลเมตร (1 ชั่วโมง 30 นาที)

เดินทางต่อไปอีกนิดเพื่อสัมผัสฮอกไกโดอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Wifi

สามารถใช้ Wifi ได้ที่จุดพักรถโอะไดโต และล็อบบี้โรงแรมหลายแห่ง